แนวข้อสอบ TU-GET และคอร์สติวสอบ (ครูชิว ป.เอกจุฬา, TU-GET 950)

แนวข้อสอบ TU-GET: การทดสอบของจะแบ่งออกเป็นสามส่วน คือ  Grammar and Structure, Vocabulary และ Reading Comprehension ในส่วนแรก ซึ่งทดสอบไวยากรณ์  หลายคนจะไม่ค่อยชอบนักและทำคะแนนได้"ไม่เต็มศักยภาพ" พูดง่ายๆก็คือ เราสามารถทำคะแนนในส่วนนี้ของทียูเก็ทให้สูงได้สบายมาก เพราะไวยากรณ์เรื่องที่ออกสอบในแต่ละครั้ง  ก็เป็นเรื่องเดิมๆ แค่เปลี่ยนคำศัพท์ หรือ อาจมีศัพท์ยากบ้างในประเทศ ทำให้มันดูน่ากลัวไปงั้น หากเอาข้อสอบเก่ามาวิเคราะห์ดู จะทำให้รู้แนวข้อสอบ TU-GET พาร์ทนี้ ได้โดยง่าย

ก่อนจะอธิบายในแต่ละส่วน เรามาทำความรู้จัก ข้อสอบ TU-GET (ทียูเก็ท) กันก่อนดีกว่า มาดูกันว่ามีกี่พาร์ท แต่ละพาร์ททดสอบอะไรบ้าง และเราจะเตรียมตัวสอบอย่างไรดี 🙂

 

TU-GET คืออะไร
TU-GET ทดสอบอะไร
การเตรียมตัวสอบ : 
ด้วยตนเอง

แนวข้อสอบ TU-GET Chil English ครูชิว ป.เอก จุฬา

TU-GET คืออะไร

TU-GET ย่อมาจาก Thammasat University General English Test เป็นชื่อของแบบทดสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษ จัดโดยสถาบันภาษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ผลสอบใช้ยื่นเพื่อประกอบการพิจารณาเข้าศึกษาต่อในระดับ ปริญญาตรี โท และ เอก ของธรรมศาสตร์ คณะที่ต้องใช้มักจะระบุไว้ว่า ต้องใช้คะแนนดังกล่าวเท่าไหร่ในการสมัคร โดยทั่วไปจะต้องการประมาณ 550 คะแนน แน่นอนว่าใครได้สูงกว่านั้น ก็จะดูโดดเด่นขึ้นในสายตาของคณะกรรมการคัดเลือก

TU-GET ทดสอบอะไร

การทดสอบของจะแบ่งออกเป็นสามส่วน คือ Grammar and Structure, Vocabulary และ Reading Comprehension ซึ่งจะสอบในช่วงเวลา 9:00 – 12:00

(click ตรงนี้เพื่อดูตารางสอบTU-GET)
(กรณี click อันแรกแล้วไม่เจอ ให้ click ตรงนี้เพื่อค้นหาตารางสอบ TU-GET ปีล่าสุด)
(click ตรงนี้เพื่อสมัครสอบ)

Part I : Grammar and Structure (25 ข้อ)

  • Error Identification (13 ข้อ)
  • Sentence Completion (12 ข้อ)

ในส่วนนี้ของข้อสอบ  หลายคนจะไม่ค่อยชอบนักและทำคะแนนได้น้อยกัน ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถทำคะแนนในส่วนนี้ให้สูงได้โดยง่าย เพราะโครงสร้างไวยากรณ์ที่ออกสอบในแต่ละครั้ง ก็เป็นเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ แนวข้อสอบ TU-GET ในพาร์ทนี้ เราจึงสามารถเดาทางได้โดยง่าย (ก็มันออกซ้ำๆ เรื่องเดิมๆ นี่นา) คนที่รู้หลักและเข้าใจวิธีการดูโจทย์ ก็จะทำได้แบบสบายๆ ถึงขนาดอ่านโจทย์ปุ๊บ ก็รู้คำตอบปั๊บเลย

ส่วนคนที่ไม่เข้าใจ หรือยังจับหลักไม่ถูก เมื่อเห็นโจทย์ก็มักจะใช้ verb ทูเดา หรือ verb ทูคุ้นเป็นหลัก ซึ่งแน่นอนว่าคะแนนคงไม่ดีเท่าใดนัก  ขอย้ำอีกครั้งนะครับว่า การทำคะแนนในส่วนนี้ของข้อสอบ TU-GET ให้โดดเด่นนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ และทำได้จริง หากผู้เรียนมีความตั้งใจจริงที่จะเรียนรู้หลักการ และเคล็ดลับที่ถูกต้อง การทำคะแนนสูงๆ ในพาร์ทนี้ เป็นเรื่องธรรมดามากครับ โดยคนที่มีพื้นฐานในระดับกลางๆ ก็สามารถเอาหนังสือแบบฝึกหัดพวก แนวข้อสอบ TU-GET มาฝึกทำได้เอง แล้วหมั่นสังเกตดูว่า เราผิดจุดไหน ก็ศึกษาจุดนั้น ค้นคว้าจากตำรา หรือจะ google ก็ได้จนเข้าใจ  แล้วก็ปิดจุดอ่อนต่างๆของตัวเองไปเรื่อยๆ สุดท้าย เมื่อไปสอบอีก คะแนนในส่วนนี้ ก็จะสูงขึ้นอย่างแน่นอนครับ ลองดูนะครับ ให้เวลากับมันหน่อย ผลตอบแทนคุ้มค่าจริงๆ พาร์ทนี้แนวข้อสอบออกมากี่ปีๆ ก็แนวเดิมๆครับ ฟันมันให้กระจุย!ได้เลย

Part II : Vocabulary (มี 25 ข้อ)

  • Cloze/ Fill in the blanks (13 ข้อ)
  • Synonyms/ Context clues (12 ข้อ)

ในส่วนนี้ จะทดสอบความรู้ด้านคำศัพท์ของเราโดยตรงเลย  คนที่รู้ศัพท์เยอะ หรือ คนที่ชอบอ่านข่าว/บทความ/หนังสือภาษาอังกฤษ หรือ ดูหนัง/ทอลค์โชว์ ภาคภาษาอังกฤษเป็นประจำอยู่แล้ว จะได้เปรียบในการทำคะแนนในส่วนนี้อย่างยิ่ง  อย่างไรก็ดี คนที่คิดว่าตัวเองรู้ศัพท์น้อย ก็อย่าเพิ่งท้อครับ เรื่องความรู้นี่มันตามกันทันอยู่แล้ว

รู้ไหมครับข้อสอบแนวนี้ของ TU-GET มันกลัวอะไร??? ...ติ๊กตอก.. ...ติ๊กตอก .....  เฉลยยยย  มันกลัวความขยันครับ  ถ้าคิดว่าตัวเองรู้ศัพท์น้อย ก็ต้องชดเชยด้วยความขยัน เอาความขยันเข้าสู้   เตรียมตัวเสียแต่เนิ่นๆ+ขยันให้ถูกวิธี สุดท้ายจะพิชิตข้อสอบทียูเก็ท ได้แน่นอนครับ

Part III : Reading Comprehension (มี 50 ข้อ)

  • Cloze Test (15 ข้อ)
  • Paragraph Organization (5 ข้อ)

ในส่วนนี้จะมีบทความให้อ่าน 6 บทความ พอจบแต่ละบทความก็จะมีคำถาม วัดความเข้าใจเนื้อหาของบทความ ในการสอบแต่ละครั้ง เนื้อหาที่ใช้สอบจะมีความหลากหลาย ครอบคลุมหลายเรื่อง/หลายด้าน เช่น ประวัติศาสตร์ การค้าขาย ด้านปัญหาสังคม และเทคโนโลยี เป็นต้น

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดขึ้น ขอยกตัวอย่างการสอบเมื่อช่วงต้นปี 2014 ว่ามีสอบเรื่องใดบ้าง เรื่องแรกเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ เรื่องที่สองการทำหอยมุก เรื่องที่สามการแต่งงานกับเด็กในอินเดีย เรื่องที่สี่เทคโนโลยีผลิตพลังงานจากกระดาษ เรื่องที่ห้าเกี่ยวกับความเป็นพิษของพลาสติก และเรื่องสุดท้ายคือ เรื่องการซื้อกิจการในจีนโดย KFC แต่ละเรื่องเนื้อหาค่อนข้างยาวครับ ดังนั้นต้องบริหารเวลาให้เป็น  และอีกประเด็นที่สำคัญคือต้องศึกษากลยุทธ์การอ่านจับใจความให้ดีด้วย ส่วนคนที่กลัวว่าจะเจอศัพท์ยาก ไม่ต้องกลัวครับ  ว่าาาา จะไม่เจอ  คุณได้เจอมันแน่ๆ เพราะเขาออกแบบข้อสอบมาโดยตั้งใจให้เรา ได้เจอเนื้อหาที่ไม่คุ้นเคยอยู่แล้วครับ ดังนั้นถ้าเจอ ให้คิดว่า อ๋อ กะแล้วเชียวว่า เราต้องเจอกัน ไม่ต้องตื่นเต้น หรือ กลัวมัน  ถ้าเราเตรียมตัวมาดี ศึกษาเทคนิคมาบ้างพอควร พาร์ทนี้ก็ทำคะแนนไม่ยากเช่นกันครับ  ที่สำคัญประการหนึ่งคือ การวางแผนการเตรียมตัวสอบแต่เนิ่นๆ อย่าเตรียมสอบกระชั้นชิดเกินไป มันจะทำให้รน ไม่มีเวลาทบทวน ทำให้ต้องไปสอบทั้งๆที่ยังไม่พร้อม อ่านบทความนี้จบปุ๊บ เตรียมวางแผนทันทีเลยนะครับ

แนวข้อสอบ TU-GET Chil English ครูชิว ป.เอก จุฬา

การเตรียมตัวสอบ

การเตรียมตัวสอบ TU-GET ด้วยตนเองให้ได้คะแนนสูง

คนที่มีความรู้ภาษาอังกฤษดีในระดับหนึ่งแล้ว สามารถหาหนังสือมาอ่านเพื่อเตรียมตัวสอบด้วยตัวเองได้ครับ แนะนำให้ใช้เล่มนี้เลย TU-GET Volume 1 by Language Institute Thammasat University ฉบับปี 2013 เป็นของสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดยตรงเลย ฝึกทำเยอะๆครับ แต่ที่สำคัญคืออย่าแค่ “ทำจบแล้วตรวจคำตอบ หรือดูเฉลย” เท่านั้นนะครับ  ทำแค่นั้นได้ประโยชน์เหมือนกัน แต่ไม่มากเท่าที่ควร จริงๆแล้วเราต้องทำความเข้าใจด้วย  กล่าวคือ ต้องเข้าใจจริงๆ และ ต้องรู้เหตุผล+สามารถอธิบายได้ว่าแต่ละข้อ ตอบเช่นนั้นเช่นนี้ เพราะอะไร แต่ละจุดที่มันผิด หรือ ถูก เป็นเพราะเหตุใด หากทำเช่นนี้ จึงจะเรียกได้ว่าเป็นการอ่านหนังสือเตรียมสอบของจริง ถ้าทำตามนี้พอเจอข้อสอบก็จะทำได้แน่นอน  ส่วนวิธีการหาคำอธิบาย/เหตุผล ก็ทำได้โดย ค้นจากสมุดโน๊ตของตัวเอง (ถ้าตอนเรียนมีจดไว้ดีพอควร และยังหาสมุดเจออยู่) ค้นจากตำรา หาจากอินเตอร์เนต ส่วนคนที่ยังเป็นนักเรียนอยู่ ก็ถามคุณครูที่เก่งๆที่โรงเรียนเอา วิธีนี้ง่าย และเร็วดีครับ แต่ต้องดูจังหวะตอนเข้าไปถามดีๆด้วยนะครับ

โดยภาพรวมข้อสอบ TU-GET ไม่ได้ยากจนเกินไป การสอบให้ได้คะแนนสูงเป็นเรื่องที่ทำได้ ไม่เกินความสามารถของน้องๆแน่นอน โดยเฉพาะหากได้เรียนรู้หลักในการทำข้อสอบทั้งสามพาร์ทมาเป็นอย่างดี เมื่ออ่านโจทย์ปุ๊บ จะสามารถตอบได้ทันที  ทำข้อสอบได้ง่าย สบ๊ายสบาย เพื่ออธิบายให้เห็นภาพ ขอยกตัวอย่างโจทย์เลขสักข้อละกันสมมุติว่า มีคนมาถามเราว่า 5 คูณ 5 ได้เท่าไหร่ เชื่อว่าหลายคนเมื่อฟังคำถามเสร็จปุ๊บ จะมีตัวเลข 25 ขึ้นมาในใจเป็นคำตอบทันที โดยแทบไม่ต้องคิด ในทำนองเดียวกัน วิชาภาษาอังกฤษ ที่เราจะไปสอบใน TU-GET นั้น ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน หากเรียนรู้เรื่องที่จำเป็นครบแล้ว พออ่านโจทย์ปุ๊บ ก็ตอบได้ปั๊บทันที

สำหรับน้องคนไหนที่ปัจจุบัน ยังรู้สึกไม่พร้อม หรืออ่านโจทย์ปุ๊บ ตอบไม่ได้ปั๊บ ก็ไม่ได้แปลว่า เราไม่เก่ง หรือ เราจะทำโจทย์ไม่ได้ไปตลอด ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถ ถ้าตั้งใจจริง ขอให้เริ่มวางแผน ลงมือเรียนรู้ ลงมือเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ ด้วยการเรียนรู้ที่ถูกต้อง เอ็นจอยกับการได้อ่านบทความ ได้ฝึกทำแบบฝึกหัด ทำไปวันละนิด ไม่ต้องเยอะ แต่ทำไปเรื่อยๆ แบบสม่ำเสมอ อนาคตข้างหน้า ทียูเก็ท จะเป็นแค่เรื่องชิวๆครับ เรื่องการเรียนรู้ ยิ่งเริ่มเร็ว ก็ยิ่งดี  ขอให้สนุกกับการเรียนรู้ และทำข้อสอบได้คะแนนสูงอย่างที่ตั้งใจนะครับ

 

ถ้าไม่ถนัดเตรียมตัวสอบ TU-GET ด้วยตนเอง อ่านเองก็งงเองทุกที ต้องทำอย่างไร 

ถ้าอ่านเองแล้วงงอยู่ แสดงว่า พื้นฐานยังไม่แน่นพอที่จะบินเดี่ยวเองได้  แนะนำว่าเราควรต้องหาคนมาติวให้นะครับ เพื่อให้มีพื้นฐานมากพอ ที่จะลุยต่อด้วยตนเองก่อน ดังนั้นน้องๆคนไหนที่อยากปูพื้นฐานอังกฤษให้แน่นขึ้น และไม่ถนัดกับการอ่าน หรือค้นคว้าเอง แนะนำให้เริ่มต้นโดยการครู หาเพื่อน หาพี่มาติวให้ก่อนเลยครับ หรือ เลือกเรียนกับที่เรียนที่อยู่ใกล้บ้านที่มีคุณภาพดู ถ้าถามว่าเลือกยังไง ขอบอกสั้นๆว่า "ก็หาคนที่พูดแล้วเราฟังรู้เรื่องหนะครับ 🙂 " ในเบื้องต้น ต้องเป็นคนที่อธิบายได้ ถ้าได้แบบนี้ ก็โอเคแต่ถ้าจะให้ยิ่งดีต้องหาคนที่อธิบาย"เป็น" รู้จริง และมองเห็นจุดอ่อนเราได้ (ต้องอธิบายได้เหนือกว่าแค่การเฉลยถูกผิดหรือแค่แปลให้ฟัง และยกตัวอย่างที่สามารถแก้ไขจุดอ่อนเราได้อย่างตรงจุด) ถ้าได้แบบนี้คือ โอเคยกกำลังสิบเลยครับ

ส่วนน้องๆที่อยู่แถวฝั่งธนฯอยากเรียนรู้ เทคนิคการแปลที่จะช่วยให้การอ่านบทความยาวๆ รู้เรื่อง อยากรู้ว่ามุขที่คนออกข้อสอบ TU-GET ชอบใช้บ่อยๆคืออะไร รวมถึงเทคนิคไม่ต้องท่องจำ แต่กลับจำ และทำข้อสอบได้ซะงั้นเป็นอย่างไร ก็สามารถลงคอร์สติวสอบ TU-GET ที่ Chil English ได้นะครับ เทคนิคที่พูดถึงเหล่านี้ หลายอันเป็นเทคนิคเฉพาะตัว ที่ครูชิวคิดมาใช้ตั้งแต่สมัยเรียน เพราะเป็นคนไม่ชอบท่องจำ อีกทั้งพบว่าการท่องจำบางครั้ง เราอาจลืมได้ เลยคิดเทคนิคบางอย่างมาทดแทนการท่องจำแทน 🙂 

ขอฝากไว้อย่างนึงว่า ในการไปเข้าเรียน ไม่ว่าจะวิชาไหน หรือ ที่ไหนก็แล้วแต่ จำไว้อย่างนึงว่าเราเข้าไปเรียนเพื่อเอาแนวทาง เพื่อปูพื้นฐาน เพื่อเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ เมื่อเรียนจบแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ ต้องหมั่นนำความรู้ และเทคนิคที่ได้เรียนมา เอามาทบทวนให้แม่น และอย่าลืมหยิบมันมาใช้บ่อยๆด้วย เพื่อพัฒนาตัวเองต่อไป โดยการฝึกทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมจนชำนาญ หรือ ศึกษาด้วยตัวเองต่อยอดขึ้นไปอีก หากทำได้เช่นนี้ รับรองว่า จะได้ประโยชน์แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยจริงๆครับจากการเรียน

คอร์สติวสอบ TU-GET :

ในคอร์สนี้จะมีการปูพื้นฐานไวยากรณ์ที่จำเป็นให้ จะไม่เน้นให้มานั่งท่องจำสูตรเป็นนกแก้ว นกขุนทอง แต่จะเน้นความเข้าใจ และฝึกให้นำไปใช้ได้จริงๆ เพื่อใช้ทำคะแนนในส่วนของ Structure ทั้งในส่วน Error Identification และ Sentence Completion

นอกจากปูไวยากรณ์พื้นฐาน และ สอนทริคเพิ่มคะแนนสอบสำหรับข้อสอบ ข้อที่เอื้อให้เราสามารถทำคะแนนได้โดยแทบไม่ต้องแปล (มีหลายข้อ และสอบอยู่เนืองๆ) ในคอร์สนี้ก็ให้ความสำคัญเน้น เรื่องคำศัพท์ควบคู่ไปด้วยขณะเรียนไวยากรณ์ และทริคต่างๆ เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการเรียนต่อยอดในอนาคต

สำหรับคนที่เคยสอบ TU-GET มาแล้ว คงรู้ดีว่า Reading ของเขาไม่ธรรมดา เพราะมักจะมีคำศัพท์ที่นักเรียนไม่คุ้นโผล่มาบ่อยๆ หลายครั้งคำที่เราไม่รู้ มักเป็นจุดที่ข้อสอบถาม หลายบทความเนื้อหาค่อนข้างยาก  อ่านแล้วไม่ค่อยเก็ท ดังนั้นในคอร์สนี้จึงให้ความสำคัญกับ เทคนิคการอ่าน เทคนิคการแปลเป็นพิเศษ เพราะคะแนนในส่วนนี้สูงถึงครึ่งนึงเลยทีเดียว ทิ้งไม่ได้ ในส่วนนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้ว่า จะอ่านจับใจความอย่างไร มองภาพรวมอย่างไร เวลาเจอศัพท์ที่ไม่รู้จริงๆ เราจะแก้เกมอย่างไรได้บ้าง และคำถามที่มักพบบ่อยในข้อสอบคืออะไร จะหาคำตอบได้จากตรงไหน ต้องสังเกตจุดใดเป็นพิเศษ เป็นต้น

 

จุดเด่นของคอร์สนี้  (ครูชิว ป.เอก จุฬา , TU-GET 950)

  • เน้นสอนเทคนิคการอ่านมากเป็นพิเศษ เนื่องจากคะแนนในส่วนนี้คิดเป็น 50% ของคะแนนทั้งหมด
  • สอนเทคนิคการวิเคราะห์โจทย์ error ให้ตั้งแต่ขั้นเบสิค จนถึงขั้นสูง โดยไม่ต้องพึ่งพาการท่องจำสูตรเป็นหลัก
  • มีโจทย์พลิกแพลงให้ลองทำ โดยเฉพาะในพาร์ท Error เพื่อหาจุดอ่อนของนักเรียนก่อนเข้าสู่สนามสอบจริง (ข้อสอบ Error Identification ของ TU-GET มักจะมีความซับซ้อน และมีหลุมพรางที่แยบยลกว่าข้อสอบตัวอื่นๆ ซึ่งผู้ออกข้อสอบมักใช้ในการวางกับดัก ดังนั้นในคอร์สนี้จึงต้องมีโจทย์ลักษณะดังกล่าวไว้ให้นักเรียนลองทำเพื่อให้คุ้นชินกับกับดักนั้นๆมากขึ้น ก่อนจะไปลงสนามจริง เมื่อไปเจอของจริงเข้า จะได้ทำได้ )
  • ชี้ให้เห็นถึง ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยในนักเรียนไทย และมักเป็นตัวที่สร้างความสับสนในการเรียนภาษาอังกฤษ
  • สอนโดย ครูชิว (ป.เอก จุฬา/ คะแนนสอบ TU-GET 950) ซึ่งมีประสบการ์ณสอนหลายปี เข้าใจปัญหาของนักเรียน และมีผลงานสอนนักเรียนที่เดิมทีมีพื้นฐานภาษาอังกฤษอยู่ในระดับ "อ่อนแรง" ถึง "ระดับกลางๆ" จนสอบติดมหาวิทยาลัย และ คณะต่างๆที่มีชื่อเสียง เช่น จุฬา(วิศว/อักษร/บัญชี) ธรรมศาสตร์(นิติฯ/เศรษฐศาสตร์) มหิดล(ทันตฯ/บริหาร/ศิลปศาสตร์)

คอร์สติว TU-GET นี้ เหมาะกับใคร

คอร์สนี้จะสรุปเนื้อหาที่สำคัญทั้งหมดไว้ให้เพื่อพิชิต TU-GET ทุกพาร์ท ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้ เป็นเรื่องที่คนที่จะ  เข้าสอบทียูเก็ทจำเป็นต้องรู้ 

  • เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการศึกษาต่อที่ ธรรมศาสตร์ 
  • เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการสอบ TU-GET ผ่านด้วยตนเอง ไม่อยากเสียเวลา และไม่ต้องการรบกวนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ
  • เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการรู้จริง ทำได้ และเข้าใจในสิ่งที่เรียน (ไม่ใช่รู้เพียงคำแปลตามพจนานุกรม หรือ อาศัยแต่การท่องจำกฎต่างๆในหนังสือแกรมม่า)
  • เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการทำคะแนนสูง

แนวข้อสอบ TU-GET Chil English ครูชิว ป.เอก จุฬา

*เนื่องจาก Course นี้จะเรียนเจาะลึกทั้งด้านไวยากรณ์ Vocab และ Reading ซึ่งเป็นทักษะที่มีการสอบทั้งใน GAT, 9 วิชาสามัญ (อังกฤษ) และ CU-TEP ดังนั้น สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้จากคอร์สนี้จึงสามารถนำไปใช้ได้กับ ข้อสอบเหล่านี้ด้วย

* ข้อสอบ GAT, 9 วิชาสามัญ (อังกฤษ) และ CU-TEP จะมีบางส่วนที่ไม่เหมือนกับ TU-GET ซึ่งจะมีการอธิบายและให้คำแนะนำในคอร์สเรียน

 

www.chil-english.com
ชิวอิงลิช ภาษาอังกฤษเรื่องกล้วย
ครูชิว (ป.เอก จุฬา , TU-GET 950 )

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-877-5800